<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BEAUTY หืดจับ! รับเป็นปีหินสุดในรอบ 22 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพงษ์ &amp;nbsp;กิติเวชโภคาวัฒน์ &amp;nbsp;รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;หรือ BEAUTY เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการสร้างยอดขายให้เติบโตยิ่งขึ้น &amp;nbsp;จากคาดการณ์ปี 2562 ประมาณ 2,200 ล้านบาท นับว่ามีการลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 3,500 ล้านบาทในปี 2561 ซึ่งลดลงจากปี 2560 ที่ทำได้ 3,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่รายได้ลดลงมากที่สุดในรอบก่อตั้งมา 22 ปีก็ว่าได้ &amp;nbsp;โดยบริษัทจะเร่งสร้างยอดขายผ่านกลยุทธ์ด้วยกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการหาพาร์ทเนอร์นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในสาขาของบริษัท โดยหลังจากเริ่มทดลองกับแบรนด์สเนลไวท์เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา และในขณะนี้ได้มีพันธมิตรเข้ามาเพิ่ม คาดการณ์ว่าจะเป็น 14 รายก่อนสิ้นปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลยุทธ์โคแบรนด์ดิ้งกังกล่าว จะทำให้ดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้จ่ายภายในสาขามากขึ้น โดยเบื้องต้นจะมีการขยายการจำหน่ายสินค้าของพาร์ทเนอร์มากกว่า 120 สาขาภายในปีนี้ และจะทยอยให้ครอบคลุมสาขาของบริษัทที่มีอยู่ 328 สาขาในปัจจุบันให้มากที่สุดในปีหน้า โดยเน้นการจำหน่ายสินค้าแบรด์ไทยเป็นหลัก หรือแบ่งสัดส่วนเป็นแบรด์บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ ประมาณ 80% และเป็นแบรนด์ของพันธมิตรอีก 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพในเมืองไทยมีมูลค่า 1.8 แสนล้านบาท บริษัทคาดว่าในปีนี้จะเติบโตชะลอตัวลงเหลือแค่ 2% จากปกติจะมีอัตราการเติบโต 7-8% เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่ดีนัก ขณะที่บริษัทเองได้รับผลกระทบจากตลาดจีน ซึ่งโดยปกติจะมีผู้ประกอบการมากกว่า 1,000 รายเข้ามาซื้อสินค้าหรือหิ้วกลับไปขายในประเทศของตัวเอง แต่หลังจากความเข้มงวดเรื่องภาษีและออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้การหิ้วสินค้าเข้าไปจำหน่ายทำได้ยากกว่าเดิม นับว่าส่งผลกระทบกับบริษัทระดับหนึ่ง เนื่องจากจีนคิดเป็น 70% ของยอดขายต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพงษ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวทำให้บริษัทจึงปรับแผนการทำตลาดจีนด้วยการขายผ่านช่องทางออนไลน์ 10 แพลตฟอร์มใหญ่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางของการจะหาตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้อง และทดแทนยอดขายที่หายไป ควบคู่กับการเพิ่มตลาดต่างประเทศด้วยการตั้งตัวแทนมากขึ้น ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา อาทิ กัมพูชา รัสเซีย แคนาดา ดูไบ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43826</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEAUTY, บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน), ผลประกอบการ, พีระพงษ์  กิติเวชโภคาวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5b5e4a8ba24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
